อัพเดตล่าสุด 1 กันยายน 2569
ถ้ามีพินัยกรรม ก็แบ่งตามพินัยกรรม ถ้าไม่มี กฎหมายจัดลำดับ ทายาทโดยธรรม ไว้ 6 ลำดับ ลำดับต้นตัดสิทธิลำดับหลัง ส่วนคู่สมรสที่จดทะเบียนได้ส่วนแบ่งเสมอ แต่จะได้เท่าไหร่ขึ้นอยู่กับว่ามีทายาทลำดับไหนเหลืออยู่
ถ้าเจ้ามรดกมีคู่สมรสที่จดทะเบียน เมื่อเสียชีวิตการสมรสสิ้นสุดลง กฎหมายให้แบ่งสินสมรสครึ่งหนึ่งให้คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ก่อน ส่วนที่เหลือรวมกับสินส่วนตัวของเจ้ามรดกจึงจะเป็นกองมรดกที่เอามาแบ่งกัน
คนมักข้ามขั้นนี้แล้วรู้สึกว่าคู่สมรสได้น้อยเกินไป ทั้งที่ความจริงคู่สมรสได้ครึ่งหนึ่งไปแล้วตั้งแต่ก่อนเริ่มแบ่งมรดก
ถ้ามีทายาทในลำดับต้นอยู่ ลำดับถัดไปจะไม่ได้รับมรดก ยกเว้นบิดามารดา ซึ่งถึงจะมีผู้สืบสันดานอยู่ ก็ยังได้ส่วนแบ่งเสมือนเป็นทายาทชั้นบุตรอีกคนหนึ่ง
| ทายาทที่เหลืออยู่ | คู่สมรสได้ |
|---|---|
| มีผู้สืบสันดาน (ลำดับ 1) | ส่วนแบ่งเสมือนเป็นบุตรอีกคนหนึ่ง |
| ไม่มีผู้สืบสันดาน แต่มีบิดามารดา หรือพี่น้องร่วมบิดามารดา | กึ่งหนึ่งของกองมรดก |
| มีเฉพาะทายาทลำดับ 4, 5 หรือ 6 | สองในสามของกองมรดก |
| ไม่มีทายาทตามลำดับเลย | ทั้งหมด |
ตัวอย่าง เจ้ามรดกมีคู่สมรสและลูก 3 คน กองมรดกจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนเท่า ๆ กัน คือคู่สมรส 1 ส่วน และลูกคนละ 1 ส่วน โดยนี่คือการแบ่งหลังจากคู่สมรสได้ครึ่งหนึ่งของสินสมรสไปแล้ว
คดีมรดกมีอายุความ โดยหลักคือ 1 ปีนับแต่ทายาทได้รู้หรือควรได้รู้ถึงการตายของเจ้ามรดก และห้ามฟ้องเมื่อพ้น 10 ปีนับแต่วันที่เจ้ามรดกตาย ถ้าที่ดินมรดกยังไม่ได้จัดการมานานแล้ว ควรปรึกษาทนายก่อน อย่ารอไปเรื่อย ๆ
ถ้าทายาทคนใดไม่ยินยอม หรือติดต่อไม่ได้ ทางที่เหลือมักคือการตั้งผู้จัดการมรดกโดยคำสั่งศาล อ่านต่อที่ โอนมรดกที่ดิน ต้องตั้งผู้จัดการมรดกก่อนไหม